Site icon Mekha News (มีค่านิวส์) : เว็บไซต์ข่าว ที่จะนำเสนอข่าวสารเพื่อรักษาสิทธิให้กับคุณ

ครม.อนุมัติเพิ่ม 7 หมื่นล้านบาท ประกันรายได้ข้าวปี 2564/65 ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายภายใน 3 วันทำการ เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

ชาวนารอเลย! อนุมัติ 7 หมื่นล้าน จ่ายตรงเข้าบัญชีภายใน 3 วัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 อนุมัติวงเงินรวม 76,080.95 ล้านบาทในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 เพิ่มเติม แบ่งเป็น

  1. วงเงินจ่ายชดเชยให้เกษตรกรจำนวน 74,569.31 ล้านบาท
  2. ค่าใช้จ่าย ธ.ก.ส. จำนวน 1,511.64 ล้านบาท

เป็นไปตามยอดคงค้างรวมทั้งหมดของภาระที่รัฐต้องชดเชยตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 ที่ปรับเพิ่มจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 35 ของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี หลังจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ทีผ่านมาเพื่อใช้สำหรับประกันรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรวมทั้งหมด 33 งวด

ในส่วนชนิดข้าวและพื้นที่ ประกันรายได้ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี และ ข้าวเปลือกเหนียว ชดเชย ณ ราคาความชื้นร้อยละ 15 ไม่เกินครัวเรือน 40 ไร่ ส่วนการจ่ายเงินชดเชย ธ.ก.ส.เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงภายใน 3 วัน

ทั้งนี้ สืบเนื่องหลังจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65  วงเงินจ่ายขาดเบื้องต้นรวมทั้งสิ้น 18,000 ล้านบาท

เพื่อให้เป็นตามมติ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.)  เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม  ที่เห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว  ปี 2564 /65  วงเงินจ่ายขาด 89,306.39 ล้านบาท มาตรการคู่ขนาน ฯ วงเงินจ่ายขาด 6,955.98  ล้านบาท และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65  วงเงินจ่ายขาด 54,972.72 ล้านบาท รวมวงเงินจ่ายขาดทั้งสิ้น 151,235.09 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน มีมติมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาจัดหาแหล่งเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการประกันรายได้เพิ่ม ภายใต้กรอบวงเงินจำนวน 76,080.95 ล้านบาทโดยดำเนินการให้ถูกต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐบาล 2561 ตลอดจนกฎหมายระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันได้มีประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เรื่องกำหนดอัตราชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 28 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ข้อ 2 กำหนดให้อัตรายอดคงค้างรวมทั้งหมดของภาระที่รัฐต้องรับชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 28 ต้องมียอดคงค้างทั้งหมดรวมกันไม่เกินร้อยละ 35 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี จากเดิมที่ไม่เกินร้อยละ 30

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พลเอก ประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานบอร์ด นบข. ต้องการเห็นเกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายข้าวเปลือกในราคาที่เหมาะสม ป้องกันความเสี่ยงในการจำหน่ายผลผลิต และช่วยเกษตรกรในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้  เพื่อให้เกษตรกรดำรงชีวิตอยู่ได้ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามนโยบายของรัฐที่แถลงต่อรัฐสภาไว้

Exit mobile version