ตามที่พระราชกฤษฎีกาประกาศ ลดอัตราเงินสมทบให้กับผู้ประกันตนมาตรา 40 เหลือร้อยละ 60 ของเงินสมทบต่ออีกเป็นระยะเวลา 6 เดือน ในงวดเดือนกุมภาพันธ์ ถึง กรกฎาคม 2565 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกันตน โดยผู้ประกันตนมาตรา 40 จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ในอัตราใหม่ 3 ทางเลือก มีค่า นิวส์ สรุปได้ดังนี้
ทางเลือกที่ 1 ให้ผู้ประกันตน ซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย จากเดิมจ่ายในอัตรา 70 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่ เป็น 42 บาท/เดือน
ทางเลือกที่ 2 ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และกรณีชราภาพ จากเดิมจ่ายในอัตรา 100 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่เป็น 60 บาท/เดือน
ทางเลือกที่ 3 ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร จากเดิมจ่ายในอัตรา 300 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่เป็น 180 บาท/เดือน
สำหรับผู้ประกันตนที่ได้ชำระเงินสมทบเต็มจำนวนในอัตราเดิมไปก่อนหน้าประกาศกฎกระทรวงลดอัตราเงินสมทบออก สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินคืนในส่วนที่ชำระไว้เกินจำนวนได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้ สำนักงานประกันสังคม กำลังจัดส่งเอกสารขอรับเงินคืนในส่วนที่ชำระไว้เกินจำนวนทางไปรษณีย์ เพื่อให้ผู้ประกันตนยื่นคำร้องขอรับเงินคืนส่วนที่ชำระเกินไว้
ขั้นตอนขอรับเงินสมทบที่ชำระเกินจำนวน ทำตามนี้
1. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการขอรับเงินคืน (สปส.1-40/7) ในเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th
2. แนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ของผู้ประกันตน (ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสิน)
3. ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ไปยังสำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา หรือยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยไม่ต้องเดินทางมา ณ สำนักงานประกันสังคม
4. สํานักงานประกันสังคม จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตน
หากมีข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ที่มา : สำนักงานประกันสังคม