เปิดงบการเงิน บริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด ย้อนหลัง 5 ปี 2564–2568 เจาะลึกวิกฤตทุนจม-ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ ก่อนถูกน้ำท่วมปี 2569 จนประกาศขายกิจการ 1 หมื่นล้าน พร้อมย้อนไทม์ไลน์ 4 ทศวรรษสวนสยาม
ย้อนตำนานความยิ่งใหญ่ของ “สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ” หรือ “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” สวนน้ำและสวนสนุกระดับตำนานบนพื้นที่กว่า 300 ไร่ ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 4 ทศวรรษ ก่อนที่จะเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จากวิกฤตน้ำท่วมในปี 2569 จนนำไปสู่การตัดสินใจประกาศขายกิจการในมูลค่า 10,000 ล้านบาท
“มีค่านิวส์” จะพาทุกท่านไปเจาะลึกงบการเงินและโครงสร้างหนี้สินของ บริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด ย้อนหลัง 5 ปี (พ.ศ. 2564–2568) เพื่อฉายภาพให้เห็นสภาวะทางการเงินก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งร้อยเรียงไทม์ไลน์หมุดหมายสำคัญจากวันแรกในปี 2523 จนถึงปัจจุบัน
จาก ‘ทะเล-กรุงเทพฯ’ สู่ ‘สยามอะเมซิ่งพาร์ค’ อาณาจักรความบันเทิงตระกูลเหลืองอมรเลิศ
หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 สวนสนุกระดับตำนานแห่งนี้ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการครั้งแรกภายใต้ชื่อ “สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ” ก่อตั้งโดย ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้มองการณ์ไกล บริหารงานในระยะแรกภายใต้ บริษัท อมรพันธุ์นคร-สวนสยาม จำกัด
ก่อนจะเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานมาสู่ บริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 ด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท มีคณะกรรมการในตระกูลเหลืองอมรเลิศ ร่วมบริหารงาน ได้แก่ นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ, นายสิทธิศักดิ์ เหลืองอมรเลิศ และ นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ
ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี สวนสยามได้สร้างปรากฏการณ์ระดับสากลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการครองสถิติ ทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากกินเนสเวิลด์เรคคอร์ดส (Guinness World Records)
การถูกจัดอันดับโดย Forbes ให้เป็น 1 ใน 2 สวนสนุกที่ดีที่สุดของเอเชีย
รวมถึงการรีแบรนด์ครั้งใหญ่สู่ “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” (Siam Amazing Park) ที่แบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โลกแห่งการผจญภัย และการทุ่มทุนเปิดโครงการมิกซ์ยูส “Bangkok World” ในปี 2565 เพื่อจำลองสถาปัตยกรรมพระนครในอดีต

ผ่าโครงสร้างงบการเงิน 5 ปี (2564–2568): สัญญาณเตือนภัยก่อนวิกฤต
จากการตรวจสอบจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ https://www.dbd.go.th/ พบว่างบแสดงฐานะการเงินของ บริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด ย้อนหลัง 5 ปีเต็ม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ถึง พ.ศ. 2568 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางการเงินที่ตึงตัวอย่างต่อเนื่อง
| รายการ (หน่วย: บาท) | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์หมุนเวียน | 89,876,410.34 | 55,357,492.03 | 102,754,051.72 | 60,407,819.30 | 58,917,030.69 |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ | 1,017,066,178.90 | 1,354,468,956.95 | 1,373,349,572.13 | 1,257,169,763.14 | 1,243,052,481.48 |
| สินทรัพย์รวม | 1,606,494,247.26 | 1,886,411,791.91 | 1,806,861,267.31 | 1,597,174,646.77 | 1,306,780,609.70 |
| หนี้สินหมุนเวียน | 110,296,915.20 | 278,358,739.43 | 361,234,278.15 | 1,159,075,712.31 | 1,177,782,098.70 |
| หนี้สินไม่หมุนเวียน | 1,176,396,571.87 | 1,356,352,472.59 | 1,358,465,201.47 | 489,947,226.78 | 284,931,090.96 |
| หนี้สินรวม | 1,286,693,487.07 | 1,634,711,212.02 | 1,719,699,479.62 | 1,649,022,939.09 | 1,462,713,189.66 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น | 319,800,760.19 | 251,700,579.89 | 87,161,787.69 | -51,848,292.32 | -155,932,579.96 |
(ข้อมูลอ้างอิงจากงบการเงิน บริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด)
เจาะลึกสมดุลทรัพย์สิน-หนี้สิน: จุดพลิกผันเมื่อ ‘ส่วนของผู้ถือหุ้น’ พลิกติดลบ
เมื่อวิเคราะห์งบการเงินในภาพใหญ่ จะพบ 3 ประเด็นโครงสร้างสำคัญ ที่สะท้อนความท้าทายทางการเงินอย่างหนักก่อนเข้าสู่ปี 2569:
- หนี้สินโตเร็วกว่าสินทรัพย์จนทุนจม:
ในปี 2565 บริษัทฯ มีการลงทุนเพิ่มขึ้นจนสินทรัพย์รวมโตแตะ 1,886.41 ล้านบาท (+17.42%) และมูลค่าที่ดิน อาคาร Equipment พุ่งขึ้นเป็น 1,354.47 ล้านบาท (+33.17%) ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดตัวโครงการ Bangkok World ในเดือนพฤศจิกายน 2565
ทว่าภาระหนี้สินรวมกลับขยายตัวสูงถึง 1,634.71 ล้านบาท (+27.04%) ในปีเดียวกัน - จุดพลิกผันในปี 2567 (ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ):
ในปี 2567 เกิดภาวะ “หนี้สินล้นสินทรัพย์” อย่างชัดเจน โดยหนี้สินรวมอยู่ที่ 1,649.02 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์รวมลดลงเหลือ 1,597.17 ล้านบาท ส่งผลให้ ส่วนของผู้ถือหุ้นพลิกกลับมาติดลบครั้งแรกที่ -51.85 ล้านบาท (-159.48%) และขาดทุนสะสมต่อเนื่องจนส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบหนักขึ้นเป็น -155.93 ล้านบาท ในปี 2568 - แรงกดดันสภาพคล่องจากหนี้สินหมุนเวียนระยะสั้น:
ในปี 2567–2568 โครงสร้างหนี้สินเกิดการปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ โดยหนี้สินหมุนเวียนพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 361.23 ล้านบาทในปี 2566 มาอยู่ที่ 1,159.08 ล้านบาท ในปี 2567 (+220.86%) และ 1,177.78 ล้านบาท ในปี 2568 ในขณะที่สินทรัพย์หมุนเวียนของบริษัทฯ ในปี 2568 มีอยู่เพียง 58.92 ล้านบาท สภาวะขาดสภาพคล่องระยะสั้นนี้เองที่เป็นแรงกดดันมหาศาลทางธุรกิจ ก่อนที่จะประสบภัยธรรมชาติน้ำท่วมใหญ่ในกันยายน – ตุลาคม ปี 2569
ย้อนไทม์ไลน์หมุดหมายสำคัญ: กว่าจะมาเป็นอาณาจักรความบันเทิง 300 ไร่
- 19 พฤศจิกายน 2523: เปิดตัว “สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ” สวนน้ำและสวนสนุกแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในไทย บนเนื้อที่กว่า 300 ไร่ พร้อมคำขวัญ “โลกแห่งความสุข สนุกไม่รู้ลืม”
- พฤศจิกายน 2525: เปิดบริการพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งบุคคลสำคัญ
- ปี 2528: ได้รับเกียรติให้เป็นสถานที่จัดงานประกวดนางสาวไทย
- ปี 2530–2531: เปิดเครื่องเล่นทางน้ำยอดนิยม Indiana Log (2530) และ Super Spiral (2531)
- 15 กรกฎาคม 2542: จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด เพื่อบริหารจัดการสวนสยามอย่างเป็นทางการ
- 1 เมษายน 2543: เปิดตัว Alaska Fantasy เมืองหิมะสมจริง และจัดงานฉลองครบรอบ 20 ปี
- ปี 2546: ร่วมมือกับ Fat Radio จัดคอนเสิร์ต Fat Festival สร้างสถิติผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 คน
- ปี 2548: เปิดโซนผจญภัย Jurassic Adventure นำเสนอหุ่นไดโนเสาร์เคลื่อนไหวได้มากที่สุดถึง 60 ตัว
- ปี 2550: เปิดตัวเครื่องเล่นระดับโลก Vortex (รถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านยักษ์ 1 ใน 2 ของโลก) พร้อมด้วย Boomerang, Giant Drop และ Si-Am Tower
- 20 เมษายน 2552: กินเนสเวิลด์เรคคอร์ดส (Guinness World Records) รับรอง “ทะเล-กรุงเทพฯ” ให้เป็นทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- ปี 2553 & 2555: คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Award) สาขานันทนาการเพื่อการท่องเที่ยว
- ปี 2560: เปิดโซนสวนน้ำใหม่ Si-Am Lagoon จากผู้ผลิต ProSlide ประเทศแคนาดา
- 22 พฤศจิกายน 2565: เปิดตัวโครงการ “Bangkok World” บนพื้นที่ 70 ไร่ บริเวณหน้าทางเข้าสวนสนุก เพื่อเป็นศูนย์รวมสถาปัตยกรรมพระนครและสินค้าวิสาหกิจชุมชน
- ปี 2568: เปิดโซนสไลเดอร์ธีมโจรสลัด Ranger’s Pirate Lagoon กลางทะเล-กรุงเทพฯ
สวนสยามประกาศขายที่ดิน 1 หมื่นล้าน ชี้เสียหายน้ำท่วมไม่ต่ำกว่า 300 ล้าน
นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งสวนสยามอะเมซิ่งพาร์ค เขตคันนายาว ประกาศขายกิจการพร้อมที่ดิน มูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท หลังสวนสยามเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม
เครื่องเล่นเสียหายเกือบทั้งหมด และมีสัตว์ในสวนตายหลายตัว ช่างไทยประเมินความเสียหายเบื้องต้นไว้ 100 ล้านบาท แต่นายไชยวัฒน์ระบุว่าความเสียหายจริงไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท เนื่องจากเครื่องเล่นสั่งจากต่างประเทศ ต้องรอวิศวกรของบริษัทเจ้าของเครื่องเล่นมาตรวจสอบก่อนจึงจะเปิดได้ คาดใช้เวลา 3–6 เดือน ขณะนี้สวนสยามมีรายได้ราว 1 ล้านบาทต่อวัน แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า
นายไชยวัฒน์กล่าวว่ายังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือหรือไม่ โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีบอกว่าสวนสยามมีที่ดินมาก ซึ่งตนตีความว่าต้องขายที่ดิน จึงแนะนำให้นายกฯ ซื้อไปดำเนินการต่อ พร้อมยกเครื่องเล่นให้ฟรี ส่วนราคาที่ดินที่เสนอขายอยู่ที่ประมาณ ตร.ว.ละ 1,000 บาท ต่ำกว่าราคาที่ดินโดยรอบที่ ตร.ว.ละราว 3,000 บาท
ทั้งนี้ หากไม่มีผู้ซื้อ สวนสยามต้องพึ่งการช่วยเหลือจากธนาคารเจ้าหนี้ มิฉะนั้นอาจเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย
นายไชยวัฒน์ซึ่งมีอายุ 90 ปี เปิดเผยว่านอนไม่หลับมา 7 วันแล้ว และยืนยันว่าหากอยู่ต่อได้ก็จะไม่ทิ้งสวนสยาม ซึ่งเขาสร้างมากว่า 40–50 ปี
เส้นทางของ สยามอะเมซิ่งพาร์ค ตั้งแต่ยุคก่อตั้งในปี 2523 จนถึงปี 2568 สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และการทุ่มเทพัฒนาพื้นที่กว่า 300 ไร่ ให้กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงระดับนานาชาติ แต่เมื่อต้องเผชิญกับสภาวะการเงินที่ตึงตัวจากการลงทุนหนัก ตัวเลขหนี้สินหมุนเวียนที่สูงถึง 1.17 พันล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นที่ติดลบเกือบ 156 ล้านบาทในปี 2568
เมื่อถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2569 จึงกลายเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้เจ้าของตัดสินใจเปิดทางให้ผู้ทุนรายใหม่เข้ามารับไม้ต่อในมูลค่า 10,000 ล้านบาท เพื่อพลิกฟื้นตำนาน “โลกแห่งความสุข” ให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต