เบาหวานและความผิดปกติของฮอร์โมนเชื่อมโยงกับความเสี่ยงกระดูกหัก แม้ค่ามวลกระดูกจะดูปกติ แพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ รพ.วิมุต พหลโยธิน แนะวิธีดูแลกระดูก กล้ามเนื้อ อาหาร และป้องกันการหกล้ม
“โรคกระดูกพรุน” มักค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่มีอาการปวดเตือน หลายคนมารู้ตัวอีกครั้งเมื่อตัวเตี้ยลง หลังค่อม หรือหกล้มจนข้อมือ สะโพก หรือกระดูกส่วนอื่นหัก เนื่องในโอกาส วันผู้สูงอายุสากล นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ แพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ชวนมองการดูแลกระดูกให้กว้างขึ้น ตั้งแต่สุขภาพเมตาบอลิก กล้ามเนื้อ โภชนาการ ไปจนถึงการป้องกันหกล้ม
บทความนี้สรุปวิธีดูแลกระดูกที่ทำได้จริง สำหรับผู้เป็นเบาหวาน ผู้ที่มีฮอร์โมนผิดปกติ และผู้สูงวัยทั่วไป

มวลกระดูกปกติ แต่เป็นเบาหวาน ยังกระดูกหักได้ไหม?
ได้ นพ.ชาญวัฒน์ อธิบายว่า เบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 มีหลักฐานว่าสัมพันธ์กับความเสี่ยงกระดูกหักที่เพิ่มขึ้น ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 บางรายแม้ค่าความหนาแน่นกระดูกปกติหรือสูง ก็ยังกระดูกหักได้ เพราะค่านี้บอกปริมาณแร่ธาตุในกระดูก แต่ไม่ได้สะท้อนคุณภาพและความแข็งแรงของกระดูกทุกด้าน
ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อความเสี่ยง ได้แก่ ระยะเวลาที่เป็นเบาหวาน การซ่อมแซมกระดูก และภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้หกล้มง่าย แพทย์จึงต้องพิจารณาผลตรวจมวลกระดูก ประวัติกระดูกหัก ภาวะแทรกซ้อน และการหกล้มร่วมกัน
วิธีที่ 1: ควบคุมเบาหวานให้เหมาะสม และระวังน้ำตาลต่ำ
ผู้สูงวัยที่เป็นเบาหวานควรควบคุมโรคอย่างเหมาะสม ระวังภาวะน้ำตาลต่ำ และแจ้งแพทย์หากมีสัญญาณต่อไปนี้
- เคยกระดูกหัก
- หกล้มบ่อย
- ตัวเตี้ยลง
- ปวดหลังใหม่หลังได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย
วิธีที่ 2: สร้างต้นทุนกระดูกตั้งแต่อายุน้อย
นพ.ชาญวัฒน์ ระบุว่า กระดูกพรุนไม่ได้เริ่มตอนแก่ เพราะมวลกระดูกสะสมสูงสุด (Peak Bone Mass) อยู่ในช่วงปลายวัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น สิ่งที่ช่วยได้คือ
- ได้รับพลังงาน โปรตีน แคลเซียม และวิตามินดีอย่างเพียงพอ
- มีกิจกรรมลงน้ำหนักหรือแรงกระแทกที่เหมาะกับวัย
- หลีกเลี่ยงการอดอาหารจนประจำเดือนขาด และการไม่เคลื่อนไหว
ผู้ที่เพิ่งเริ่มดูแลเมื่อโตแล้วก็ยังได้ประโยชน์เช่นกัน
วิธีที่ 3: ใส่ใจฮอร์โมนที่กระทบกระดูก
ความผิดปกติของฮอร์โมนเป็นอีกจุดเชื่อมสำคัญกับสุขภาพกระดูก
- วัยหมดประจำเดือน: เอสโตรเจนลดลง การสลายกระดูกเพิ่มขึ้น สูญเสียมวลกระดูกเร็วขึ้น
- ภาวะอื่นที่แพทย์อาจต้องค้นหา: ฮอร์โมนเพศต่ำ ไทรอยด์เป็นพิษ พาราไทรอยด์ทำงานเกิน คอร์ติซอลสูง และการใช้ยาสเตียรอยด์
ผู้ที่ต้องใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานาน ไม่ควรหยุดยาเอง ควรให้แพทย์ประเมินและวางแผนดูแลกระดูกควบคู่กัน
วิธีที่ 4: กินให้พอ ไม่พึ่งแคลเซียมอย่างเดียว
โปรตีนจำเป็นต่อทั้งกระดูกและกล้ามเนื้อ ส่วนวิตามินดีช่วยดูดซึมแคลเซียม
- ผู้สูงอายุสุขภาพดีมักแนะนำโปรตีนประมาณ 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
- ผู้ที่มีโรคไตหรือข้อจำกัดด้านอาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
- ผู้ที่ลดน้ำหนัก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ต้องระวังไม่ให้กล้ามเนื้อและกระดูกลดตามไปด้วย ควรได้รับพลังงานและโปรตีนเหมาะสม พร้อมฝึกแรงต้าน
วิธีที่ 5: ออกกำลังกายให้ครบ ทั้งหัวใจ กระดูก และกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อออกแรงดึงกระดูกทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ช่วยกระตุ้นให้กระดูกคงความแข็งแรง และช่วยให้ยืน เดิน ทรงตัวได้มั่นคง ขณะที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงเพิ่มโอกาสหกล้มและกระดูกหัก
คำแนะนำสำหรับผู้ใหญ่
- แอโรบิกระดับปานกลาง 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือระดับหนัก 75–150 นาทีต่อสัปดาห์
- ฝึกกล้ามเนื้อมัดหลักอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์
- เพิ่มกิจกรรมลงน้ำหนัก เช่น เดินเร็ว ขึ้นบันได เต้น
- ฝึกแรงต้าน เช่น ยางยืด ดัมเบล หรือท่าลุกนั่งจากเก้าอี้
ผู้สูงอายุควรเพิ่มการฝึกแรงและการทรงตัวให้เหมาะกับความสามารถ
ข้อควรระวัง: ผู้ที่เคยกระดูกสันหลังหัก เป็นกระดูกพรุนรุนแรง หรือหกล้มง่าย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญวางโปรแกรม เน้นความปลอดภัยและค่อย ๆ เพิ่มความหนัก นอกจากนี้ควรงดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์มาก และแทรกการเดินระหว่างวันที่ต้องนั่งนาน
สัญญาณที่ควรพบแพทย์
ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน หากมีอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
- เคยกระดูกหักจากแรงกระแทกต่ำ
- ใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน
- มีโรคต่อมไร้ท่อ
- ตัวเตี้ยลง
- ปวดหลังใหม่หลังกระแทกเพียงเล็กน้อย
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ
ผู้ที่ยังไม่มีอาการควรรู้ปัจจัยเสี่ยงของตนเอง และตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้
คำถามที่พบบ่อย
เป็นเบาหวานเสี่ยงกระดูกหักมากขึ้นไหม?
เสี่ยงมากขึ้น ทั้งเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 มีหลักฐานสัมพันธ์กับกระดูกหักที่เพิ่มขึ้น ตามข้อมูลจาก นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล
ผลมวลกระดูกปกติแล้ว ถือว่าปลอดภัยหรือยัง?
ยังไม่เสมอไป เพราะค่าความหนาแน่นกระดูกไม่ได้สะท้อนคุณภาพและความแข็งแรงของกระดูกได้ครบทุกด้าน
กินแคลเซียมอย่างเดียวพอไหม?
ไม่พอ ต้องดูแลร่วมกับโปรตีน วิตามินดี การออกกำลังกาย และการป้องกันหกล้ม
ผู้สูงอายุควรกินโปรตีนวันละเท่าไร?
ผู้สูงอายุสุขภาพดีมักแนะนำ 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ยกเว้นผู้มีโรคไตหรือข้อจำกัดด้านอาหาร ควรปรึกษาแพทย์
ควรออกกำลังกายแบบไหนเพื่อกระดูกและกล้ามเนื้อ?
แอโรบิกร่วมกับกิจกรรมลงน้ำหนักและการฝึกแรงต้าน อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ และฝึกการทรงตัวในผู้สูงอายุ
ปรึกษาแพทย์ได้ที่ไหน
โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เปิดให้บริการทุกวัน โทร 02-079-0070 หรือทำนัดล่วงหน้าผ่าน ViMUT Application รวมถึงปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านไลน์ @vimuttelemed
ข้อมูลโดย: นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ แพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน