Site icon Mekha News (มีค่านิวส์) : เว็บไซต์ข่าว ที่จะนำเสนอข่าวสารเพื่อรักษาสิทธิให้กับคุณ

ดร.สมพร ชู ‘Trust-Access-Resilience’ พลิกประกันภัยพิบัติ 30 ล.หลัง

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ปักหมุดยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านประกันภัยไทย ชู Trust-Access-Resilience เลิกใช้ภาษากฎหมายซับซ้อน พร้อมเปิดฉากประกันภัยพิบัติแห่งชาติคุ้มครอง 30 ล้านหลังคาเรือน

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย และนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ถ่ายทอดมุมมองและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Insurance for All: Building Trust through Communication in a Changing World” ในงาน Insurance Communication Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Insurance for All: Communicating Trust in a Changing World – สื่อสารอย่างไรให้ประกันภัยเข้าถึงทุกคน ในโลกที่เปลี่ยนเร็วและเต็มไปด้วยความเสี่ยง” ซึ่งจัดโดยสมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยชมรมประชาสัมพันธ์ประกันภัย

ดร.สมพร ย้ำเตือนถึงภารกิจสำคัญของบุคลากรด้านการสื่อสารในธุรกิจประกันภัย ว่าการสื่อสารคือหัวใจสำคัญที่สุดในการสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความเชื่อมั่น เพื่อให้ประชาชนและทุกภาคส่วนใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงในชีวิตและเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

ถอดรหัสธรรมชาติประกันภัย ขาย ‘คำมั่นสัญญา’ ที่มองไม่เห็น

ดร.สมพร เปิดเผยว่า ธุรกิจประกันภัยเป็นผลิตภัณฑ์แบบจับต้องไม่ได้ (Intangible) ที่ขายความเชื่อมั่น สัญญา และคำมั่นสัญญาแก่ประชาชน ผู้บริโภคไม่สามารถเดินเข้ามาหยิบจับหรือทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อได้ [1] ความไว้ วางใจและการตัดสินใจใช้ระบบประกันภัยจึงเกิดขึ้นจากปัจจัยเดียวคือ “การสื่อสาร” ของระบบนิเวศประกันภัยไปยังผู้บริโภค

ที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญบทเรียนจากการสื่อสารที่ไม่ดีรุนแรงจนเกิดความสูญเสียมหาศาล เช่น คำว่า “เอาอยู่” ในเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 และเหตุการณ์ภัยพิบัติก่อนเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดความประมาท ชะล่าใจ และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างร้ายแรง

นอกจากนี้ ธุรกิจประกันภัยในไทยดำเนินมานานกว่า 80 ปี แต่ยังคงเผชิญช่องว่างความเข้าใจ (Understanding Gap) และช่องว่างความเชื่อมั่น (Trust Gap) ภาพจำในอดีตมักถูกมองในแง่ลบว่า “ประกันภัยเบี้ยว” เมื่อเกิดข้อพิพาท

สาเหตุหลักมาจากภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร ซึ่ง 80–90% เป็นภาษากฎหมายและภาษาประกันภัยที่ซับซ้อน อีกทั้งมีความระมัดระวังจนสื่อสารตามข้อความในกรมธรรม์ที่เข้าใจยาก [9] ทั้งนี้ ดร.สมพร ชี้ว่า “การจัดการสินไหมทดแทน” คือโชว์รูมที่แท้จริงของธุรกิจประกันภัย [13] การกระทำและการจ่ายสินไหมที่รวดเร็ว โปร่งใส และจริงใจ คือรูปแบบการสื่อสารทรงพลังที่สุดที่จะช่วยทลายภาพจำแง่ลบในอดีตลงได้

รับมือภัยซ้อนภัย Polycrisis สู่ความเสี่ยงเชิงระบบ Systemic Risk

บริบทโลกปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในมิติของสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) ที่เชื่อมโยงกระทบกันเป็นลูกโซ่ :

ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3 เสาหลัก ‘Trust – Access – Resilience’

เพื่อนำพาอุตสาหกรรมประกันภัยก้าวข้ามความเสี่ยงยุคใหม่ ดร.สมพร ได้ปักหมุดยุทธศาสตร์สำคัญ 3 เสาหลัก ได้แก่ :

  1. Trust (ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ): ต้องเร่งลด Trust Gap ด้วยการเลิกใช้ภาษากฎหมายและภาษาประกันภัยซับซ้อน ปรับมาใช้ภาษาที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจง่าย และเน้นย้ำสร้างความโปร่งใสในทุกขั้นตอน
  2. Access (การเข้าถึงเพื่อทุกคน – Insurance for All): ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่เน้นออกกรมธรรม์แบบ One-size-fits-all หรือเน้นขายผ่านตัวแทนเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อ เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีออกแบบกรมธรรม์แบบ Tailor-made/Personalized ที่ราคาจับต้องได้ (Affordable) ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก เกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และกลุ่มฟรีแลนซ์
  3. Resilience (การสร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่น): ปรับเปลี่ยนบทบาทอุตสาหกรรมประกันภัยจากเดิมที่เป็นเพียง “Player” (ผู้จ่ายค่าสินไหมหลังเกิดเหตุ) ก้าวสู่การเป็น “Partner” (พันธมิตรบริหารความเสี่ยง) และ “Resilience Builder” ที่ร่วมกับลูกค้าในการเตรียมพร้อม ลดความเสี่ยง และป้องกันก่อนเกิดเหตุ เพื่อช่วยให้สังคมและเศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว (Rapid Recovery)

ผนึกกำลัง Insurance Ecosystem สื่อสารเป็นเอกภาพ

ดร.สมพร ระบุว่า การสร้าง Trust ในระบบประกันภัย ไม่ใช่ภารกิจของบริษัทประกันภัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องขับเคลื่อนผ่านระบบนิเวศประกันภัย (Insurance Ecosystem) ทั้งหมดอย่างเป็นเอกภาพ:

เปิดฉากประวัติศาสตร์! ‘ประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติ’ คุ้มครอง 30 ล้านหลังคาเรือน

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การประกันภัยไทย ที่รัฐบาลตัดสินใจใช้ระบบประกันภัยในการบริหารความเสี่ยงของประเทศ โดยทำประกันภัยภัยพิบัติให้แก่ประชาชนทุกหลังคาเรือนทั่วประเทศ แบ่งออกเป็น 2 กรมธรรม์หลัก ได้แก่ :

1. กรมธรรม์ประกันภัยภัยพิบัติเพื่อที่อยู่อาศัย:

2. กรมธรรม์คุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุประชาชน:

ดร.สมพร กล่าวทิ้งท้ายโดยขอความร่วมมือจากบุคลากรและสื่อมวลชนทุกท่าน ให้ช่วยกันเป็นกระบอกเสียงส่งต่อข้อมูลความคุ้มครองและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้ระบบประกันภัยเป็นตาข่ายรองรับความเสี่ยงที่เข้มแข็งของคนไทยทั้งประเทศ

Exit mobile version