Mekha News (มีค่านิวส์) : เว็บไซต์ข่าว ที่จะนำเสนอข่าวสารเพื่อรักษาสิทธิให้กับคุณ

“มูลนิธิศุภนิมิตฯ” เผยยุทธศาสตร์ฝ่าวิกฤตปัญหาใจเด็กไทย ติดอันดับ 2 ของโลกเรื่องบูลลี่

"มูลนิธิศุภนิมิตฯ" เผยยุทธศาสตร์ฝ่าวิกฤตปัญหาใจเด็กไทย ติดอันดับ 2 ของโลกเรื่องบูลลี่

เด็กไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งการแข่งขันทางการศึกษา การกลั่นแกล้ง และโลกดิจิทัล มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยจึงเปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2026-2030 เน้น “ป้องกันก่อนเกิดปัญหา” สร้างภูมิคุ้มกันทางใจผ่านครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และภาครัฐ

ทุกวันนี้เด็กและวัยรุ่นไทยต้องแบกรับทั้งความคาดหวังเรื่องการเรียน ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน และโลกออนไลน์ที่ไม่เคยหลับใหล ปัญหาสุขภาพจิตของเด็กจึงทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) จึงประกาศขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบในแผนยุทธศาสตร์ใหม่ปี 2026-2030 โดยเน้น การป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันล่วงหน้า พร้อมยกระดับครอบครัว โรงเรียน และชุมชนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ยั่งยืนสำหรับเด็กทุกคน

สุขภาพจิตเด็ก: จากเรื่องเฉพาะบุคคลสู่รากฐานของการพัฒนาเด็ก

ศุภนิมิตฯ จัดให้งานสุขภาพจิตอยู่ภายใต้พันธกิจด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก หลังลงพื้นที่และรับฟังเสียงเด็ก ผู้ปกครอง และชุมชน พบว่าปัญหารุนแรงและซับซ้อนกว่าที่ผ่านมา

น.ส.หลินฟ้า อุปัชฌาย์ ผู้จัดการพันธกิจด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย


น.ส.หลินฟ้า อุปัชฌาย์ ผู้จัดการพันธกิจด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย อธิบายว่า การส่งเสริมสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องของสุขภาพกายหรือการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นรากฐานให้เด็กเติบโตอย่างมีความสุขทั้งกายและใจ มูลนิธิฯ จึงบูรณาการเรื่อง Mental Health เข้ากับงานพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งระบบ เปรียบเหมือนการดูแล “ระบบนิเวศ” รอบตัวเด็ก ซึ่งต้องพัฒนาสภาพแวดล้อมและเสริมทักษะผู้ดูแลเด็กทุกคนแบบ 360 องศา

ตัวเลขที่ต้องจับตา: เด็กและวัยรุ่นไทยเผชิญอะไรอยู่

น.ส.สุชาวลี มั่นคง เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพจิตและการสนับสนุนทางจิตสังคม มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ระบุข้อมูลสำคัญดังนี้

เบื้องหลังปัญหา: ทั้งปัจจัยภายในและแรงกดดันภายนอก

ปัจจัยภายใน: ช่วงวัยรุ่นมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและฮอร์โมน สมองส่วนอารมณ์เติบโตเร็วกว่าสมองส่วนยับยั้งชั่งใจและการปรับตัว วัยรุ่นจึงรับมือกับอารมณ์ตนเองได้ยาก

ปัจจัยภายนอก:

ผลงานที่ผ่านมา: ศิลปะฮีลใจ และพื้นที่ปลอดภัยในภาวะวิกฤต

ศุภนิมิตฯ เริ่มสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น โครงการ “ศิลปะฮีลใจ วัยรุ่น Gen Z” ในช่วงเดือนแห่งสุขภาพจิต ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชน สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพ กรมสุขภาพจิต และภาคีเครือข่ายจิตวิทยา มาแลกเปลี่ยนและระบายความเครียดผ่านงานศิลปะ
ในภาวะวิกฤต เช่น เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน มูลนิธิฯ ได้จัดตั้ง Child-Friendly Space (ศูนย์เพื่อนเด็ก) ในศูนย์อพยพ พร้อมอบรมเยาวชนแกนนำลงพื้นที่ดูแลและฟื้นฟูสุขภาวะทางใจของเด็ก เพื่อป้องกันบาดแผลทางใจจากสถานการณ์วิกฤต

“เลี้ยงเด็ก 1 คน ต้องใช้คนทั้งชุมชน” ทุกภาคส่วนคือจิ๊กซอว์สำคัญ

ศุภนิมิตฯ เชื่อว่าองค์กรใดองค์กรหนึ่งไม่อาจแก้ปัญหาสุขภาพจิตเด็กได้ลำพัง แต่ละภาคส่วนจึงเป็น “จิ๊กซอว์” ที่เติมเต็มระบบนิเวศรอบตัวเด็ก โดยมีเด็กเป็นศูนย์กลาง

มองไปข้างหน้า 3-5 ปี: เด็กกลุ่มเปราะบางคือกลุ่มที่น่าห่วงที่สุด

น.ส.หลินฟ้าประเมินว่า ปัญหาสุขภาพจิตเด็กจะเป็นประเด็นท้าทายหลักในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จากความกดดันทางสังคม เทคโนโลยี และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ เด็กกลุ่มเปราะบาง ที่อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังและเข้าถึงความช่วยเหลือได้ยาก

3 แผนเชิงรุก ขยายงานป้องกันล่วงหน้า

  1. ผลักดันหลักสูตร SEL (Social and Emotional Learning): นำร่องพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดจันทบุรี
  2. ยกระดับทักษะผู้ใหญ่รอบตัวเด็ก: ส่งเสริมการเลี้ยงลูกเชิงบวก และถ่ายทอดทักษะแก่ครู พ่อแม่ และอาสาสมัครชุมชน ให้มี “เรดาร์” สังเกต คัดกรอง และส่งต่อเด็กได้รวดเร็วและถูกต้อง
  3. ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม: ร่วมกับภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญ ให้เด็กยุคดิจิทัลเข้าถึงข้อมูลและรับคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตได้เร็วขึ้น
    น.ส.หลินฟ้าทิ้งท้ายว่า การดูแลสุขภาพจิตเด็กวันนี้คือการปูทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน เพราะเมื่อเด็กมีจิตใจเข้มแข็ง ก็พร้อมเติบโตไปสร้างสิ่งดี ๆ ให้สังคมต่อไป
Exit mobile version