สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เปิดเผยถึง เชื้อราแมว (Microsporum canis) เป็นเชื้อราที่สามารถก่อโรคในแมวและติดต่อระหว่างแมวด้วยกันเอง รวมทั้งติดต่อมาที่มนุษย์ โดยเฉพาะคนชอบสัมผัสกับแมว โดนแมวที่ติดเชื้อข่วนกัด หรือสัมผัสผิวหนัง อาจไม่ได้ทำความสะอาดหลังจากสัมผัส จนเกิดภาวะ โรคกลากแมว (Tinea infection) ขึ้นได้
นอกจากนี้ ยังสามารถติดมาจากแมวที่ติดเชื้อ แต่ไม่แสดงอาการ หรือสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีการปนเปื้อนเชื้อราแมว เช่น ขนแมว ตามบริเวณต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่ แมวที่เป็นโรคผิวหนัง อาจจะมีลักษณะเป็นผิวหนังแดง แห้ง ลอกเป็นขุย ๆ หรือมีขนหลุดเป็นหย่อม ๆ บางบริเวณ
มนุษย์เมื่อติด เชื้อราแมว จะมีอาการต่าง ๆ ดังนี้
1.มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ตามลำตัว หรือแขนขาที่สัมผัส ลักษณะผื่น จะเป็นผื่นแดงขอบค่อนข้างหนา มองเห็นชัด รวมทั้งมีขุยสะเก็ด และขนาดวงมีขนาดใหญ่ขึ้นตามการกระจายของเชื้อราที่ผิวหนัง
2.จะมีอาการคันตามผื่นแดงที่เป็นได้ หรือบางครั้งมีการติดเชื้อที่หนังศีรษะมีผื่นขึ้นที่หนังศีรษะและมีผมร่วงเป็นหย่อมได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยแกะเกามากจนเป็นแผล อาจจะพบการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนเพิ่มเติมได้ ในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกวิธี มีโอกาสที่ผื่นลุกลามเป็นมากขึ้น หรือกระจายทั่วตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอ
วิธีการรักษา เชื้อราแมว
1.สำหรับผู้ป่วย ในกรณีที่เป็นผื่นกลากแมวไม่รุนแรง มีผื่นรอยโรค 1-2 รอยโรค แพทย์จะให้ยาทาฆ่าเชื้อราโดยที่จะต้องทายาต่อเนื่อง 3-4 สัปดาห์ อาการของผู้ป่วยจะดีขึ้นได้
2.สำหรับในกรณีที่เป็นผื่นหลายรอยโรค หรือหลายตำแหน่ง หรือได้รับการรักษาด้วยยาทาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือติดเชื้อราแมวที่ศีรษะ แพทย์จะพิจารณาให้ยารับประทานยาต้านเชื้อรา ควบคู่กับยาทาต้านเชื้อราอย่างต่อเนื่อง
วิธีป้องกันตนเองจากเชื้อราแมว
1.คนที่เลี้ยงแมว
- ควรหมั่นดูแลสุขภาพของแมวที่เลี้ยง ควรพาแมวไปฉีดวัคซีนตามกำหนด
- จัดสถานที่เลี้ยงให้สะอาด แยกโซนบริเวณให้เหมาะสม
- กรณีที่แมวเป็นโรคผิวหนัง หรือรอยโรค ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษา
- หลีกเหลี่ยงการสัมผัสแมวในช่วงที่แมวมีอาการ หรือจนกว่าจะรักษาแมวจนหาย ไม่ควรที่จะคลุกคลีกับแมวมากเกินไป เช่น การเลี้ยงแมวบนเตียงหรือที่นอน ไม่ควรให้แมวสัมผัสหรือเลียใบหน้า
- หลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง ควรที่จะทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสให้สะอาดทุกครั้งในทันที
2.คนไข้ติดเชื้อราแมวแล้ว
- ควรทำความสะอาดเสื้อผ้าให้สะอาดด้วยสารฟอกขาว หรือโซเดียมไฮโปคลอไรด์ หรือใช้ความร้อนรีดเสื้อผ้าทั้งบริเวณด้านในและด้านนอก
