“โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม” บริษัทดูแลผู้สูงอายุหน้าใหม่ใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพิ่งตั้งได้ไม่ถึง 2 ปี แต่รายได้พุ่งจาก 8.7 แสน เป็น 7.4 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร ขณะเดียวกันก็ทุ่มเงินสร้างอาคารเกือบ 3 ล้านบาท และมีหนี้เพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า
มีค่านิวส์ เจาะลึก บริษัท โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพิ่งก่อตั้งได้ไม่ถึง 2 ปี แต่งบการเงินที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เผยตัวเลขที่น่าจับตา ทั้งรายได้ที่โตหลายเท่าตัว กำไรที่พลิกกลับมาเป็นบวก และการลงทุนก้อนใหญ่ในสินทรัพย์ถาวร

จดทะเบียนเมื่อไร ทุนเท่าไร
ข้อมูลจากระบบ DBD DataWarehouse+ ระบุว่าบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ในรูปแบบบริษัทจำกัด เลขทะเบียนนิติบุคคล 0715567002959 ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท สถานะปัจจุบันคือยังดำเนินกิจการอยู่ สำนักงานตั้งอยู่ที่ 658/51 หมู่ 2 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
ประกอบกิจการอะไร
บริษัทจดทะเบียนภายใต้หมวดธุรกิจ 87301 กิจกรรมการดูแลรักษาในสถานที่ที่มีที่พักและมีคนดูแลประจำ สำหรับผู้สูงอายุ วัตถุประสงค์ตอนจดทะเบียนคือประกอบกิจการรับดูแลผู้สูงอายุและ/หรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งตรงกับที่ระบุในงบการเงินปีล่าสุด
ใครเป็นกรรมการ
กรรมการของบริษัทมี 2 คน ได้แก่
- เรืออากาศเอกหญิง ภรเสริมสิริ ศิริภัชรสกุล
- นายธีรภพ รังษีสุกานนท์
คณะกรรมการลงชื่อผูกพัน คือ กรรมการคนใดคนหนึ่งลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท

ปี 2567 งวดแรก ขาดทุน 2.69 แสนบาท
บริษัทส่งงบการเงิน 2 ปี คือปี 2567 และ 2568 งบปี 2567 เป็นงวดแรกหลังก่อตั้ง ซึ่งมีเวลาดำเนินงานเพียงราว 3 เดือนครึ่ง ตัวเลขสำคัญมีดังนี้
- รายได้รวม 868,318 บาท (รายได้หลัก 868,224 บาท)
- ต้นทุนขาย 725,582 บาท ทำให้กำไรขั้นต้น 142,642 บาท
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 411,805 บาท
- ขาดทุนสุทธิ 269,068 บาท (ไม่มีดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้)
เมื่อคำนวณแล้ว กำไรขั้นต้นอยู่ที่ราว 16% ของรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายบริหารสูงกว่ากำไรขั้นต้นหลายเท่า จึงขาดทุนราว 31% ของรายได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของธุรกิจเปิดใหม่ที่ต้องแบกต้นทุนตั้งต้น
ปี 2568 รายได้โต 756% พลิกกำไร 4.74 แสนบาท
พอถึงปี 2568 ภาพเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
- รายได้รวม 7,433,277 บาท เพิ่มขึ้น 756.05% หรือราว 8.6 เท่าจากปีก่อน
- ต้นทุนขาย 4,784,487 บาท เพิ่มขึ้น 559.39%
- กำไรขั้นต้น 2,647,923 บาท เพิ่มขึ้น 1,756.33% อัตรากำไรขั้นต้นขยับจาก 16% เป็นราว 36%
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,174,687 บาท เพิ่มขึ้น 428.08%
- รายจ่ายรวม 6,959,174 บาท เพิ่มขึ้น 511.85%
- กำไรสุทธิ 474,102 บาท พลิกจากขาดทุนปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิราว 6.4% (ระบบ DBD แสดงการเปลี่ยนแปลง +276.20% เมื่อเทียบกับตัวเลขขาดทุนปี 2567)
จุดที่น่าสนใจคือรายได้โตเร็วกว่าต้นทุนและค่าใช้จ่าย ทำให้บริษัทสร้างกำไรได้ตั้งแต่ปีที่สอง นอกจากนี้ในงบยังไม่ปรากฏดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ทั้งสองปี แม้ปี 2568 จะมีหนี้สินเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งอาจสะท้อนว่าหนี้ก้อนใหม่เป็นหนี้การค้าหรือเงินยืมที่ไม่คิดดอกเบี้ย แต่ต้องตรวจสอบจากหมายเหตุประกอบงบการเงินอีกครั้ง

เงินสดไหลเข้าสู่อาคาร ลงทุนเกือบ 3 ล้านใน 1 ปี
ฝั่งงบแสดงฐานะการเงิน เรื่องราวของการลงทุนชัดเจนไม่แพ้ผลประกอบการ
ปี 2567 สินทรัพย์รวม 1.78 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์หมุนเวียน 1.49 ล้านบาท มีที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพียง 2.88 แสนบาท หนี้สินรวมแค่ 5.0 หมื่นบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 1.73 ล้านบาท
ปี 2568
- สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 71.03% เหลือ 4.32 แสนบาท
- ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์พุ่งขึ้น 962.6% เป็น 3.06 ล้านบาท
- สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 96.15% เป็น 3.49 ล้านบาท
- หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 2,470.56% เป็น 1.29 ล้านบาท เป็นหนี้สินหมุนเวียนทั้งหมด ไม่มีหนี้ระยะยาว
- ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 27.39% เป็น 2.21 ล้านบาท
เมื่อนำตัวเลขมาต่อกัน จะเห็นว่าทุน 2 ล้านบาท หักขาดทุนปีแรก 2.69 แสนบาท เหลือส่วนของผู้ถือหุ้น 1.73 ล้านบาท แล้วบวกกำไรปี 2568 อีก 4.74 แสนบาท ได้ 2.21 ล้านบาทพอดี สะท้อนว่าทุนจดทะเบียนน่าจะชำระครบแล้ว และไม่มีการเพิ่มทุนระหว่างทาง ขณะที่กำไรสะสมสุทธิ ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ราว 2.05 แสนบาท
กล่าวคือ เงินสดและสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีอยู่ถูกนำไปลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ บวกกับก่อหนี้เพิ่มราว 1.2 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ
สภาพคล่องที่ต้องจับตา
แม้ผลประกอบการจะสดใส แต่สภาพคล่องเป็นอีกประเด็นที่ต้องระวัง ปี 2567 สินทรัพย์หมุนเวียนมากกว่าหนี้สินหมุนเวียนราว 30 เท่า แต่ปี 2568 เหลือเพียงราว 0.34 เท่า คือสินทรัพย์หมุนเวียน 4.32 แสนบาท เทียบกับหนี้สินหมุนเวียน 1.29 ล้านบาท แปลว่าในระยะสั้นบริษัทมีเงินและสินทรัพย์ที่แปลงเป็นเงินสดได้น้อยกว่าหนี้ที่ต้องจ่าย ซึ่งต้องบริหารกระแสเงินสดจากค่าบริการรายเดือนของผู้เข้าพักให้สม่ำเสมอ
ด้านโครงสร้างทุน หนี้สินรวมเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ราว 0.58 เท่า ยังไม่สูงนัก และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปี 2568 อยู่ที่ราว 21.5% ถือว่าทำได้ดีสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น
*ที่มา: ข้อมูลนิติบุคคล งบแสดงฐานะการเงิน และงบกำไรขาดทุน ปี 2567-2568 จากระบบ DBD DataWarehouse+ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ต.ค. 2569)


