จากรถเข็นสตรีทฟู้ดไทยในวันนั้น สู่เมนูเสิร์ฟผู้นำโลกในงาน IMF-World Bank 2026 ส่องผลประกอบการและงบการเงิน 4 นิติบุคคลหลัก “ไผ่ทองไอสครีม” พร้อมเปิดประวัติแบรนด์ตำนาน 70 ปี
ในบรรยากาศการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (2026 IMF-World Bank Annual Meetings) ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ภาพความคุ้นเคยของคนไทยอย่าง รถเข็นสีเขียวพร้อมเสียงกระดิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ ของ “ไผ่ทองไอสครีม” ได้กลายมาเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่สร้างสีสันให้แก่การประชุมระดับโลกครั้งนี้
การนำไอศกรีมกะทิสดรสชาติหวานมัน เสิร์ฟคู่กับขนมปังและโรยถั่วลิสงตามแบบฉบับสตรีทฟู้ดไทยแท้ ๆ มาจัดตั้งเสิร์ฟให้แก่บรรดาผู้แทน นักเศรษฐศาสตร์ และผู้นำระดับโลกได้ต่อแถวลิ้มลอง ไม่เพียงแต่เป็นจุดดึงดูดสายตา แต่ยังเป็นการประกาศศักดา Soft Power ด้านอาหารริมทาง (Street Food) ของไทยในเวทีสากลได้อย่างงดงาม เปลี่ยนภาพจากของหวานหาซื้อง่ายตามท้องถนน สู่ไอคอนทางวัฒนธรรมที่สร้างมูลค่า ความประทับใจ และเปิดประตูโอกาสสู่การขยายตลาดในต่างประเทศ
ย้อนรอยตำนาน 68 ปี จากคำปรามาส “เป็นแค่คนขาย” สู่จักรวรรดิไอศกรีมรถเข็นสีเขียว
ความสำเร็จบนเวทีสากลของไผ่ทองไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่มีรากฐานมาจากเรื่องราวการต่อสู้ยาวนานกว่า 70 ปี
ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น คุณกิมเซ้ง และ คุณน้ายเฮียง แซ่ซี ได้ร่วมกันก่อตั้งแบรนด์ขึ้น โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดจากการที่คุณกิมเซ้งเป็นพนักงานขายไอศกรีมให้กับโรงงานแห่งหนึ่ง เขาเป็นคนช่างสังเกตและพบว่ารสชาติของไอศกรีมที่ออกมาจากโรงงานมีความไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ทว่าเมื่อนำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่เจ้าของโรงงานเพื่อหวังปรับปรุง กลับโดนต่อว่ากลับมาว่า “เป็นแค่คนขาย จะไปรู้อะไร”
คำปรามาสนั้นกลายเป็นแรงดันมหาศาลให้คุณกิมเซ้งตัดสินใจลาออกมาศึกษา คิดค้นสูตร และลงมือทำไอศกรีมกะทิสดขายเอง ในช่วงแรกเริ่ม ธุรกิจใช้ชื่อแบรนด์ว่า “หมีบิน” เมื่อสินค้าขายดีขึ้นเรื่อย ๆ จึงขยายโรงงานผลิต ต่อมาได้ทำการปรับเปลี่ยนชื่อแบรนด์และโลโก้เป็นรูป “ต้นไผ่” เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของคนจีน กลายมาเป็น “ไผ่ทอง” (มาจากคำว่า กิมเต็ก แปลว่า คุณธรรมดั่งทอง) นับตั้งแต่นั้นมา โดยมีคุณแม่และลูก ๆ รวม 8 คน ช่วยกันลงแรงสร้างธุรกิจกงสีของครอบครัวขึ้นมา
ไขปริศนาภาษา “ไอสครีม” ส.เสือ และจุดเริ่มต้นโครงสร้างนิติบุคคล
ข้อสงสัยที่หลายคนมักถามถึงการสะกดคำว่า “ไอสครีม” ด้วย ส.เสือ แทนที่จะเป็น ศ.ศาลา นั้น ทางครอบครัวเปิดเผยว่าเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกเริ่ม ที่ต้องการให้ชื่อแบรนด์ดูน่าสนใจ ไม่ชวนง่วง และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ในท้องตลาด
ในด้านโครงสร้างนิติบุคคลยุคเริ่มต้น ได้มีการจดทะเบียนในรูป ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไผ่ทองซีกิมเอ็ง เมื่อปี พ.ศ. 2541 ด้วยทุนจดทะเบียน 7.5 ล้านบาท โดยมีนางน้ายเฮียงเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ก่อนที่ธุรกิจกงสีจะขยายตัวและเชื่อมโยงมาสู่ 4 นิติบุคคลหลักในปัจจุบัน

เจาะลึกงบการเงิน “บริษัท ไผ่ทองไอศกรีม จำกัด” — จากจุดชะลอตัว สู่รายได้ทะลุ 200 ล้านบาท
บริษัท ไผ่ทองไอศกรีม จำกัด (เลขทะเบียนนิติบุคคล 0105546122543) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2546 ด้วยทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท บริหารงานโดยทายาทรุ่นที่ 2 เช่น คุณบุญชัย ชัยผาติกุล มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
เมื่อเจาะลึกงบการเงิน 5 ปีย้อนหลัง (พ.ศ. 2564 – 2568) จะพบเส้นทางการเติบโตที่น่าสนใจดังนี้:
วิเคราะห์งบกำไรขาดทุน (Income Statement)
- ปี 2564: รายได้หลัก 20,991,243.26 บาท รายได้รวม 24,882,424.15 บาท ต้นทุนขาย 19,972,271.66 บาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 8,942,396.37 บาท สรุปผลประกอบการ ขาดทุนสุทธิ 4,040,373.15 บาท
- ปี 2565: เป็นช่วงชะลอตัวต่อเนื่อง รายได้หลักลดลงเหลือ 18,626,263.86 บาท (-11.26%) รายได้รวม 19,494,816.60 บาท (-21.65%) ส่งผลให้ ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 7,497,385.62 บาท
- ปี 2566 (ปีแห่งการพลิกฟื้นก้าวกระโดด): เกิดการเติบโตอย่างมหาศาล รายได้หลักพุ่งไปถึง 204,569,289.02 บาท (+998.28%) รายได้รวมทะยานแตะ 205,965,729.19 บาท (+956.51%) ทำกำไรขั้นต้น 20,816,975.88 บาท และพลิกกลับมากระทำ กำไรสุทธิสูงถึง 10,482,223.72 บาท
- ปี 2567: สร้างสถิติรายได้สูงสุดอย่างต่อเนื่อง รายได้หลัก 212,964,044.25 บาท (+4.10%) รายได้รวม 213,779,285.81 บาท (+3.79%) กำไรขั้นต้น 25,658,326.30 บาท (+23.25%) แม้จะมีค่าใช้จ่ายการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 19,712,941.43 บาท แต่ยังคงทำ กำไรสุทธิได้ 5,299,271.38 บาท
- ปี 2568: รายได้หลักปรับตัวลงมาอยู่ที่ 167,111,834.79 บาท (-21.53%) รายได้รวม 167,490,986.63 บาท (-21.65%) ต้นทุนขายลดลงเหลือ 147,278,435.96 บาท (-21.37%) และรักษาสภาพคล่องโดยมี กำไรสุทธิ 4,004,798.85 บาท
วิเคราะห์งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet)
- สินทรัพย์รวม: ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง จาก 89,585,396.29 บาทในปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 166,245,757.60 บาทในปี 2565, 239,757,327.44 บาทในปี 2566, 253,240,351.75 บาทในปี 2567 และรักษาระดับอยู่ที่ 248,946,844.89 บาท ในปี 2568
- โครงสร้างหนี้สิน: มีการชำระและลดภาระหนี้สินลงอย่างมีนัยสำคัญ จากหนี้สินรวม 93,753,499.49 บาทในปี 2564 ลดลงเหลือ 79,911,246.42 บาทในปี 2565, 42,940,592.54 บาทในปี 2566, 51,124,345.47 บาทในปี 2567 และ เหลือเพียง 42,826,039.76 บาท ในปี 2568
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: พลิกจากสภาวะติดลบ -4,168,103.20 บาทในปี 2564 กลับมาเป็นบวกอย่างมั่นคงที่ 86,334,511.18 บาทในปี 2565, 196,816,734.90 บาทในปี 2566, 202,116,006.28 บาทในปี 2567 และ เติบโตแตะ 206,120,805.13 บาท ในปี 2568
เจาะลึกงบการเงิน “บริษัท ไผ่ทองซีกิมเช็ง จำกัด”
บริษัท ไผ่ทองซีกิมเช็ง จำกัด (เลขทะเบียนนิติบุคคล 0745567014043) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567 โดยแปรสภาพมาจาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไผ่ทองซีกิมเช็ง ด้วยทุนจดทะเบียน 99,000,000 บาท ตั้งอยู่ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร บริหารงานโดยคณะกรรมการจากตระกูลชัยผาติกุล 4 ท่าน ได้แก่ นายปรีชา, นายเกษมสันต์, นางสิริณัฐ และนางสาวรตา ชัยผาติกุล
ที่น่าสนใจคือ นิติบุคคลนี้ระบุวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจล่าสุดไว้อย่างชัดเจนว่า ประกอบธุรกิจ ส่งออก ไอศกรีมทุกชนิด
วิเคราะห์งบกำไรขาดทุนไผ่ทองซีกิมเช็ง
- ปี 2567: เปิดตัวด้วยผลงานอันโดดเด่น รายได้หลักสูงถึง 307,070,852.88 บาท รายได้รวม 308,857,332.21 บาท ต้นทุนขาย 208,676,412.85 บาท ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้นถึง 98,394,440.03 บาท และทำ กำไรสุทธิปีแรกสูงถึง 29,528,768.08 บาท
- ปี 2568: มีรายได้หลัก 204,608,611.81 บาท (-33.36%) รายได้รวม 205,788,364.51 บาท (-33.37%) ต้นทุนขาย 154,162,082.11 บาท (-26.12%) กำไรขั้นต้น 50,446,529.70 บาท และทำ กำไรสุทธิ 3,563,133.13 บาท
วิเคราะห์งบแสดงฐานะการเงินไผ่ทองซีกิมเช็ง
- สินทรัพย์รวม: เติบโตขึ้นจาก 107,022,161.94 บาทในปี 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 122,352,902.30 บาท ในปี 2568 (+14.32%) แบ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน 54,832,850.38 บาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 67,520,051.92 บาท
- หนี้สินรวม: ปรับลดลงอย่างก้าวกระโดด จาก 34,724,560.87 บาทในปี 2567 เหลือเพียง 4,642,168.10 บาท ในปี 2568 (ลดลงถึง -86.63%)
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจาก 72,297,601.07 บาทในปี 2567 ขึ้นมาอยู่ที่ 117,710,734.20 บาท ในปี 2568 (+62.81%)
บทที่ 5: เจาะลึกงบการเงิน “บริษัท ไผ่ทองอาหารนม จำกัด”
อีกหนึ่งนิติบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในเครือข่ายธุรกิจคือ บริษัท ไผ่ทองอาหารนม จำกัด (เลขทะเบียนนิติบุคคล 0105563054585) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2563 ด้วยทุนจดทะเบียน 10,000,000 บาท บริหารงานโดย นายบุญชัย ชัยผาติกุล และ นางธนวรรณ ชัยผาติกุล ตั้งอยู่ที่ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
จุดที่น่าสนใจคือในการจดทะเบียนช่วงแรก บริษัทระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการบริการรถห้องเย็นขนส่งและตู้เย็นส่งของ รวมถึงให้เช่าเหมา ก่อนที่จะปรับวัตถุประสงค์ในงบการเงินปีล่าสุดเป็นการ ผลิตไอศกรีมและไอศกรีมหวานเย็น เพื่อรองรับการเติบโตและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของแบรนด์
วิเคราะห์งบแสดงฐานะการเงินไผ่ทองอาหารนม
- ปี 2564: มีสินทรัพย์รวม 74,767,791.92 บาท หนี้สินรวม 37,180,776.34 บาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 37,587,015.58 บาท
- ปี 2565: สินทรัพย์รวมขยายตัวขึ้นเป็น 84,365,281.92 บาท มีหนี้สินรวม 44,227,888.60 บาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 40,137,393.32 บาท
- ปี 2566: ปรับโครงสร้างหนี้สินลงมาเหลือ 21,461,609.14 บาท ขณะที่สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 72,707,280.02 บาท และส่วนของผู้ถือหุ้นขยายตัวเป็น 51,245,670.88 บาท
- ปี 2567: ปลดภาระหนี้สินลงได้อย่างดีเยี่ยม โดยมีหนี้สินรวมเหลือเพียง 82,775.38 บาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นคงความแข็งแกร่งอยู่ที่ 50,253,069.04 บาท จากสินทรัพย์รวม 50,335,844.42 บาท
- ปี 2568: สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 14,363,503.65 บาท มีหนี้สินรวม 6,922,816.78 บาท และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 7,440,686.87 บาท
เจาะลึกงบการเงิน “บริษัท ไผ่ทองมะพร้าวสด จำกัด”
นิติบุคคลลำดับที่ 4 ในโครงข่ายตระกูลชัยผาติกุล คือ บริษัท ไผ่ทองมะพร้าวสด จำกัด (เลขทะเบียนนิติบุคคล 0105555093101) จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ตั้งอยู่ที่ ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมี นางสาวกชกร ชัยผาติกุล เป็นกรรมการลงนามผูกพัน
เดิมทีในช่วงจัดตั้ง บริษัทระบุวัตถุประสงค์ในการขายส่งผลิตภัณฑ์นม เช่น ไอศกรีม วัตถุดิบ และส่วนประกอบสำหรับทำไอศกรีม ก่อนจะปรับเปลี่ยนประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุดเป็น ตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ (ซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท) เพื่อสนับสนุนการบริหารทรัพย์สินของครอบครัว
วิเคราะห์งบแสดงฐานะการเงินไผ่ทองมะพร้าวสด
- ปี 2564: สินทรัพย์รวม 1,143,999.64 บาท หนี้สินรวม 18,766.01 บาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 1,125,233.63 บาท
- ปี 2565: สินทรัพย์รวม 1,164,208.35 บาท หหนี้สินรวม 17,000.00 บาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 1,147,208.35 บาท
- ปี 2566: สินทรัพย์รวม 1,054,917.37 บาท หหนี้สินรวม 26,987.95 บาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 1,027,929.42 บาท
- ปี 2567: สินทรัพย์รวม 1,111,237.28 บาท หหนี้สินรวม 19,000.00 บาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 1,092,237.28 บาท
- ปี 2568: สินทรัพย์รวมเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 1,350,639.44 บาท หหนี้สินรวม 75,705.88 บาท และส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโตแตะ 1,274,933.56 บาท

ผนึกกำลัง 4 นิติบุคคล รากแก้วที่แข็งแกร่งสู่ภารกิจสตรีทฟู้ดระดับโลก
เมื่อนำโครงสร้างทางการเงินของทั้ง 4 นิติบุคคลมารวมกัน จะพบว่าจักรวรรดิธุรกิจ “ไผ่ทองไอสครีม” มีการวางโครงสร้างแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ทั้งฝั่งการผลิตหลักในเมืองหลวง การขยายโรงงานและการส่งออกในสมุทรสาคร ระบบขนส่งห้องเย็น ตลอดจนการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์
เมื่อพิจารณาในแง่มูลค่าสินทรัพย์รวมของทั้ง 4 บริษัทในปี 2568 รวมกันมีมูลค่าสูงถึง 387.01 ล้านบาท (ไผ่ทองไอศกรีม 248.95 ล้านบาท + ไผ่ทองซีกิมเช็ง 122.35 ล้านบาท + ไผ่ทองอาหารนม 14.36 ล้านบาท + ไผ่ทองมะพร้าวสด 1.35 ล้านบาท) ขณะที่มีหนี้สินรวมกันเพียงประมาณ 54.47 ล้านบาท สะท้อนถึงสภาวะคล่องและฐานการเงินที่มั่นคงปลอดภัยอย่างมาก
ภาพของผู้นำและผู้แทนจากทั่วโลกยืนต่อแถวรอลิ้มรสไอศกรีมกะทิสดถั่วลิสงโรยหน้าจากรถเข็นสีเขียวในงาน IMF-World Bank 2026 จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของธุรกิจกงสีไทยที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนานเกือบ 70 ปี พร้อมปรับตัว วางรากฐานการผลิต ขนส่ง และการส่งออกอย่างเป็นระบบ สะท้อนให้เห็นว่า สตรีทฟู้ดไทยที่ดูเรียบง่าย ก็สามารถกลายเป็น Soft Power อันทรงพลัง ที่สร้างความประทับใจระดับสากลและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป
คลิกดูภาพ By Nation Photo


