กระทรวง DE จับมือ Meta ดีเดย์ต้น พ.ย. นี้ บังคับใช้มาตรการ “No ID, No Ads” ต้องยืนยันตัวตนก่อนยิงแอด หวังดักทางมิจฉาชีพหลอกลวงออนไลน์ พร้อมเดินหน้าช่วย SME ยืนยันตัวตนราบรื่น
ยุคที่โฆษณาปลอมระบาดหนักจนประชาชนเสียเงินรายวัน มาตรการกวาดล้างครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น เมื่อภาครัฐจับมือกับแพลตฟอร์มระดับโลกในการปิดประตูไม่ให้มิจฉาชีพใช้ช่องทางโฆษณาหลอกลวงได้อีกต่อไป
ยกระดับความปลอดภัย “ไม่ยืนยันตัวตน ยิงแอดไม่ได้”
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) โดย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ยกระดับความก้าวหน้าในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เดินหน้าขอความร่วมมือจาก Meta บังคับใช้มาตรการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา (Ads Payer Verification) ภายใต้แนวคิด “No ID, No Ads: Verify identities. Stop online scams.” เพื่อคัดกรองเฉพาะผู้ลงโฆษณาจริง และสกัดกั้นเพจปลอมหรือมิจฉาชีพก่อนที่จะส่งโฆษณาถึงมือผู้ใช้งาน

Meta เด้งรับกฎหมายใหม่ ดีเดย์ต้น พ.ย. นี้
ด้าน Meta ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 2) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป โดยแพลตฟอร์มจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสาร ควบคู่กับการเปรียบเทียบใบหน้าหรือระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือสูง และจะจัดเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณาไว้อย่างน้อย 90 วันหลังจากโฆษณาสิ้นสุดลง เพื่อใช้สืบหาตัวผู้กระทำผิดหากเกิดปัญหา
เร่งซัพพอร์ต SME ปรับตัวได้ทัน ไม่กระทบธุรกิจ
แม้จะเพิ่มมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด แต่ภาครัฐและ Meta ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการรายย่อยต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง โดย Meta พร้อมร่วมมือกับกระทรวง DE และ ETDA ในการสื่อสาร ให้ความรู้ และจัดเตรียมระบบสนับสนุนเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในไทย สามารถดำเนินขั้นตอนยืนยันตัวตนได้ทันตามกำหนดเวลา โดยไม่กระทบต่อการขายของและการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์
ที่มาข้อมูล : DE ผนึก Meta ยกระดับยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาออนไลน์ เตรียมใช้ No ID, No Ads ต้น พ.ย. นี้ ยันไม่ทิ้ง SME พร้อมช่วยเตรียมความพร้อม
1 พ.ย.69 บังคับใช้ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 2)
มีค่านิวส์ตรวจสอบข้อมูลพบว่า “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569” (เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569)
สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ (“No ID, No Ads.”)
- บังคับพิสูจน์ตัวตนผู้ลงโฆษณา (KYC): ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Platforms) ต้องจัดให้มีการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ลงโฆษณา (ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) ที่รับค่าโฆษณาหรือเผยแพร่โฆษณาในประเทศไทย ทุกครั้ง ก่อนการเผยแพร่โฆษณา
- ข้อยกเว้นการยืนยันซ้ำ: หากแพลตฟอร์มเคยพิสูจน์ตัวตนผู้ทำโฆษณาไว้แล้ว และการยืนยันครั้งล่าสุดยังไม่เกิน 1 ปี สามารถใช้ข้อยกเว้นได้โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทุกครั้ง
- กรณีมีผู้ชำระเงินแทน: หากมีบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาแทนผู้ลงโฆษณา แพลตฟอร์มจะต้องจัดเก็บข้อมูลและพิสูจน์ตัวตนของผู้ชำระเงินด้วยเช่นกัน
- การจัดเก็บข้อมูล: ผู้ให้บริการต้องจัดเก็บข้อมูลและหลักฐานการระบุตัวตนของผู้โฆษณาไว้อย่างน้อย 90 วัน นับตั้งแต่สิ้นสุดการใช้บริการโฆษณา เพื่อใช้ในการตรวจสอบและสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี


