รัฐบาลเตรียมเปิดลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 50,000 บาท/หลังคาเรือน ช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ หวังดึง 1 ล้านครัวเรือนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ดึงธนาคารออมสิน ธอส. และ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ
เปิดลงทะเบียนวันไหน? และใครมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุน 50,000 บาท
ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานและความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงนำเข้า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ถึงแผนปฏิรูปโครงสร้างพลังงานภาคครัวเรือนครั้งใหญ่ โดยเตรียมเปิดตัวโครงการอุดหนุนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) และบนพื้นดิน ซึ่งคาดว่าจะสามารถ กดปุ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้
โครงการนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนให้แก่ประชาชนหลังคาเรือนละ 50,000 บาท โดยตั้งเป้าหมายเริ่มต้นไว้ที่ 1 ล้านครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 50,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาขยายเป้าหมายเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน ซึ่งจะมีกรอบระยะเวลาเร่งดำเนินงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ภายในสิ้นปี 2570
สำหรับเงื่อนไขสำคัญของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการได้นั้น จะต้องเป็น เจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า และต้องผ่านกระบวนการตรวจรับรองการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (จัมไฟ) โดยการไฟฟ้าอย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยและป้องกันปัญหาการทุจริต
ติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบไม่ต้องควักเงินก้อน ด้วยสินเชื่อแบงก์รัฐ
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายครัวเรือนยังไม่สามารถเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดได้ คือ ภาระเงินลงทุนแรกเริ่ม รัฐบาลจึงแก้โจทย์นี้ด้วยการผสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธ.ก.ส. เข้ามาร่วมสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan)
กลไกการทำงานคือ เมื่อนำเงินอุดหนุน 50,000 บาทจากรัฐบาลไปหักออกจากค่าติดตั้งระบบแล้ว ค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ ประชาชนสามารถขออนุมัติสินเชื่อจากธนาคารรัฐเพื่อลงทุนติดตั้งให้ก่อน โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาประเมินจากประวัติพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือน ทำให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
การผ่อนชำระหนี้คืนธนาคารจะยืดหยุ่นโดยหักจากมูลค่าค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือน หรือหักชำระจากรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้า ส่งผลให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้โดย ไม่ต้องสำรองเงินก้อนใหญ่ และประเมินว่าจะคืนทุนได้ภายใน 3–4 ปี
เปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นโรงไฟฟ้า สร้างรายได้ระยะยาว 25–30 ปี
โครงการดังกล่าวยังนำระบบ “Net Billing” (การหักลบกลบจ่ายกระแสไฟฟ้า) มาใช้ ซึ่งคิดแยกระหว่างค่าซื้อไฟฟ้ากับค่าขายไฟฟ้า เปิดโอกาสให้ครัวเรือนเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้บริโภค” มาเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้า”
จากการประเมินเบื้องต้น หากครัวเรือนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ และใช้ไฟฟ้าน้อย จะสามารถสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าได้ เฉลี่ยประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ครัวเรือนที่ใช้ไฟมากก็สามารถลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนลงได้อย่างชัดเจน ซึ่งแผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 25–30 ปี จึงช่วยสร้างรายได้และลดภาระรายจ่ายให้แก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ขั้นตอนการขออนุญาตและติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั่วไปกับการไฟฟ้า
หากต้องการดำเนินการยื่นขออนุญาตติดตั้งและขนานไฟกับหน่วยงานการไฟฟ้า (MEA หรือ PEA) มีขั้นตอนหลัก ดังนี้
- ยื่นขออนุญาตกับท้องถิ่น: ยื่นใบแจ้งหรือขออนุญาตดัดแปลงอาคาร (ถ้ามีข้อกำหนดในพื้นที่)
- ยื่นคำขอขายไฟฟ้า/ขนานไฟ: ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ของ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
- ตรวจสอบระบบ: รอการตรวจสอบขนาดกำลังผลิตและหม้อแปลงจากการไฟฟ้า
- เปลี่ยนมิเตอร์และเชื่อมต่อ: ชำระค่าบริการและเปลี่ยนเป็น Smart Meter เพื่อเริ่มใช้งานและขายไฟฟ้าระบบออนกริด


