งานวิจัย OECD ร่วมกับ TIJ ชี้ ไทยสูญ 9.73 แสนล้านบาทต่อปี หรือ 5.6% ของ GDP จากต้นทุนอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม สูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วที่อยู่ราว 2-3%
ระบบยุติธรรมไม่ได้เป็นเรื่องของศาลและตำรวจเท่านั้น แต่เกี่ยวพันกับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของทุกคน เมื่อประเทศไทยอยู่ระหว่างการประเมินเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คำถามสำคัญคือ ระบบยุติธรรมไทยพร้อมยกระดับสู่มาตรฐานสากลที่ยึด “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” แล้วหรือยัง
ต้นทุนอาชญากรรมสูงถึง 9.73 แสนล้านบาทต่อปี
ดร.อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เปิดข้อมูลในเวที Common Ground ชวน Talk หัวข้อ “OECD Readiness: เตรียมพร้อมระบบยุติธรรมไทยสู่มาตรฐาน OECD” เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่า งานวิจัยที่ OECD ทำร่วมกับ TIJ เมื่อปี 2565 พบว่าไทยมีต้นทุนจากอาชญากรรมต่อปีราว 9.73 แสนล้านบาท หรือ 5.6% ของ GDP
ต้นทุนนี้รวมค่าดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม ค่าเสียเวลา และค่าเสียโอกาส ขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีต้นทุนด้านนี้เพียง 2-3% ต่อปี
OECD มองไกลกว่า “ปิดคดีได้เร็วแค่ไหน”
TIJ ระบุว่า OECD ไม่ได้วัดแค่ความรวดเร็วหรือจำนวนคดีที่ปิดได้ แต่ให้ความสำคัญว่าประชาชนเผชิญปัญหาอะไร เข้าถึงความช่วยเหลือได้หรือไม่ และชีวิตดีขึ้นเพียงใดหลังผ่านกระบวนการยุติธรรม
แนวคิด People-centred Justice นี้ทำให้ TIJ นำข้อมูลต้นทุนอาชญากรรมมาพิจารณาร่วมกับการสำรวจความต้องการด้านความยุติธรรม (Justice Needs Survey) และข้อมูลการบริหารงานยุติธรรม เพื่อเข้าใจเส้นทางการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน ก่อนออกแบบนโยบายและบริการ

ปฏิรูปกฎหมาย: จากออกกฎหมายสู่วัดผลลัพธ์
ดร.ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มองว่าการเข้า OECD เป็นโอกาสเปลี่ยนจากการมุ่งออกกฎหมาย ไปสู่การประเมินว่ากฎหมายสร้างผลดีต่อประชาชนจริงหรือไม่ โดยเสนอ 3 แนวทาง
- Justice Impact Assessment ประเมินภาระและความเป็นธรรมที่เกิดจากกฎหมาย
- เชื่อมบริการยุติธรรมระหว่างหน่วยงาน ให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือต่อเนื่อง
- ปรับระบบช่วยเหลือทางกฎหมายให้เน้นป้องกัน แก้ปัญหาก่อนถึงขั้นฟ้องร้อง ลดภาระศาลและเพิ่มประสิทธิภาพระบบ
ภาคธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อสิทธิประชาชน
นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ย้ำว่ามาตรฐาน OECD ครอบคลุมความรับผิดชอบของภาคธุรกิจด้วย กรมฯ ผลักดันแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (RBC) ให้ธุรกิจตรวจสอบความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่การดำเนินงาน และมีการเยียวยาที่เหมาะสม พร้อมพัฒนากลไก National Contact Point (NCP) รับข้อร้องเรียนและไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

ไทยอยู่ระหว่างประเมินทางเทคนิค 25 คณะกรรมการ
ดร.ธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์ จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แจ้งความคืบหน้าว่า ไทยอยู่ระหว่างการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) ครอบคลุมคณะกรรมการ 25 คณะ มีฐานข้อมูล TH2OECD เชื่อมโยงข้อมูลของ 176 หน่วยงาน การเป็นสมาชิกจะเปลี่ยนบทบาทของไทยจากผู้ปฏิบัติตามเป็นผู้มีส่วนร่วมกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ
โจทย์ท้าทาย: ข้อมูลกระจัดกระจาย ต้องเปลี่ยนวิธีคิด
ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ ตั้งคำถามว่าไทยจะใช้โอกาสนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ต่างจากกรอบความร่วมมือที่ผ่านมาได้อย่างไร โดยเฉพาะการเรียนรู้จากประเทศสมาชิก การทบทวนระหว่างประเทศ (Peer Review) และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งยังท้าทายเพราะข้อมูลของไทยกระจัดกระจายและขาดความต่อเนื่อง จึงต้องร่วมมือกันจัดเก็บ แลกเปลี่ยน และใช้ประโยชน์ข้อมูลมากขึ้น

ผู้อำนวยการ TIJ สรุปว่า สิ่งที่คาดหวังไม่ใช่แค่การเป็นสมาชิก OECD แต่คือการปรับวิธีคิดและวิธีทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อสร้างระบบยุติธรรมที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างแท้จริง


