ครม.อนุมัติงบกลาง 10,508 ล้านบาท สำรองเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ ดันวงเงินรวมพุ่งกว่า 1.5 หมื่นล้าน โฆษกรัฐบาลโต้ข่าวปลอม ‘เงินหมด’ พร้อมชี้แจงเดือดทำไมเยียวยาน้ำท่วม กทม. จ่ายช้ากว่ารัฐบาล
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ว่า ครม. มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 10,508 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายเยียวยาประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 (มติ ครม. 29 ก.ย. 2569) ที่รัฐบาลได้นำเงินเหลือจ่ายงบกลางปี 2569 จำนวนกว่า 4,700 ล้านบาท มาตั้งสำรองไว้ไม่ให้ถูกส่งคืนคลัง และได้เร่งโอนจ่ายเยียวยาเบื้องต้นไปแล้วกว่า 5,200 ล้านบาท เมื่อนำมารวมกับงบกลางปี 2570 ที่อนุมัติเพิ่มในครั้งนี้ ทำให้รัฐบาลมีวงเงินตั้งสำรองสำหรับจ่ายเยียวยาผู้ประสบภัยรวมแล้วกว่า 15,500 ล้านบาท
โต้เฟกนิวส์ ‘งบเยียวยาหมด’ ยันเติมได้เรื่อยๆ
นายเอกภพ ได้ชี้แจงโต้ตอบกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการระบุว่า “เงินเยียวยาหมดแล้ว” โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องบิดเบือน ไม่เป็นความจริง และสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน สาเหตุที่งบก้อนแรก 5,000 กว่าล้านบาทหมดลงอย่างรวดเร็วภายใน 2–3 สัปดาห์ เกิดจากการที่รัฐบาลเร่งรัดระบบเบิกจ่ายให้รวดเร็วขึ้น และเมื่อยังมีคำขอเยียวยาที่รอการตรวจสอบอยู่อีกกว่า 1 ล้านคำขอ ครม. จึงได้อนุมัติงบกลางปี 2570 เพิ่มเติมทันที 10,508 ล้านบาท
“แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเงินหมด แบบนี้คือมีการจัดการอย่างเป็นรูปแบบ… เงินไม่ได้หมด มันเติมได้เรื่อยๆ” นายเอกภพ เพียรพิเศษ กล่าว

ปฏิรูประบบลดขั้นตอน Red Tape โอนเงินถึงมือเร็วสุดในประวัติศาสตร์
รัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินเยียวยาภัยพิบัติจากเดิมที่ต้องใช้เวลานาน 1 ถึง 3 เดือน มาเป็นการตัดลดขั้นตอนผ่านระบบดิจิทัล ทำให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้:
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): เมื่อได้รับเรื่องจากจังหวัด จะใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชน 13 หลัก ตรวจสอบสถานะการมีชีวิต และป้องกันการยื่นขอซ้ำซ้อน ใช้เวลา ไม่เกิน 1 วัน
- ธนาคารออมสิน: นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ลดเวลาตรวจสอบบัญชีพร้อมเพย์ จากเดิม 3 วัน เหลือเพียง 1 วัน
- ระยะเวลาโอนเงิน: เมื่อเรื่องผ่าน ปภ. และธนาคาร ระบบจะโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนภายใน ไม่เกิน 2 วันทำการ
เปิดสถิติทั่วประเทศยื่นขอเยียวยา 2.4 ล้านคำขอ
สำหรับสถิติการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. มีรายละเอียดดังนี้:
- สถิติทั่วประเทศ: มีการยื่นคำขอรวมทั้งสิ้น 2,400,000 กว่าคำขอ โดยอนุมัติและโอนเงินเรียบร้อยแล้ว 750,000 กว่าคำขอ (คิดเป็น 31.57%) และมีคำขอที่อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบเอกสารและยืนยันสิทธิ์จากท้องถิ่นอีกกว่า 1,000,000 คำขอ
- สถิติพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.): มีคำขอยื่นเข้ามาทั้งสิ้น 1,140,000 กว่าคำขอ และอนุมัติโอนเงินแล้ว 354,217 ราย (คิดเป็น 30.9%)
นายเอกภพเน้นย้ำว่า ปภ. ไม่ได้มีการกำหนดวันหมดเขตรับเอกสาร และไม่มีระเบียบบังคับให้ประชาชนต้องแนบรูปถ่าย หรือเอกสารซับซ้อนในระบบแอปพลิเคชันแต่อย่างใด
เจาะโครงสร้างงบเยียวยา 2 ก้อนหลัก
โฆษกรัฐบาลได้อธิบายโครงสร้างงบช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ไม่รวมงบช่วยเหลือผู้เสียชีวิต) แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:
- เงินเยียวยาเบื้องต้น: วงเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท (หรือกรณีอุทกภัยฉุกเฉิน/น้ำล้นตลิ่ง 5,000 บาท) โอนตรงเข้าบัญชีประชาชนเมื่อได้รับการอนุมัติตามระบบ
- เงินทดลองราชการ (เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน): เป็นวงเงินในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดละ 50 ล้านบาท (สำหรับ กทม. มีวงเงิน 100 ล้านบาท) สำหรับใช้ชดเชยค่าซ่อมแซมบ้านเรือน ค่าเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ประกอบอาชีพ และค่าเช่าบ้าน ทั้งนี้ กทม. ไม่ได้เชื่อมต่อระบบ API หลังบ้านของเงินกู้ทดลองราชการเข้ากับระบบแอปพลิเคชันทางรัฐ ทำให้กระบวนการใน กทม. มีความซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่น
เทียบโมเดล ‘ต่างจังหวัด’ VS ‘กทม.’ ซัด สก.-สส. เลิกอ้างฟ้าฝน
โฆษกรัฐบาลได้เปรียบเทียบความแตกต่างในการทำงานระหว่างพื้นที่ต่างจังหวัดกับกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ต่างจังหวัดมีโมเดลการทำงานที่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกรัฐสภา (สส.) สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (สบต.) และช่าง อบต. ลงพื้นที่ไปหาประชาชนถึงบ้านเพื่อตรวจสอบ ถ่ายรูป และยืนยันสิทธิ์ ทำให้ไม่พบปัญหาประชาชนต้องเดินทางมาต่อคิว
ในทางกลับกัน พื้นที่ กทม. ประชาชนกลับต้องเดินทางมาต่อคิวรอคอยที่สำนักงานเขต เกิดปัญหาการสื่อสาร และการขอเอกสารที่ยุ่งยาก
“เวลาเดินหาเสียง เดินเข้าหาประชาชนถึงบ้านได้ แต่ทำไมวันนี้น้ำท่วม กลับเดินลงไปสำรวจพี่น้องประชาชนไม่ได้… ไม่ต้องไปโทษใคร โทษคนอยู่ในพื้นที่ โทษการทำงานของตัวเอง ไม่ใช่มาโทษฟ้า ฝน เทวดา” — นายเอกภพ เพียรพิเศษ กล่าว
นายเอกภพสรุปทิ้งท้ายว่า รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณและสรรพกำลังไว้พร้อมทั้งหมดแล้ว และพร้อมโอนเงินทันทีที่ท้องถิ่นและสำนักงานเขตยืนยันข้อมูลความถูกต้องเข้ามา นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และเตรียมเครื่องมือช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังประสบปัญหาฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
ที่มา – ทีมโฆษกรัฐบาล แถลงมติครม. 20/10/69 https://www.facebook.com/share/v/1J5qHMxLsL/


