ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตลาดนม High Protein ไทยปี 2570 จ่อพุ่งแตะ 9,100 ล้านบาท เติบโต 30% รับเทรนด์สุขภาพ Longevity ขยายฐานจากสายออกกำลังกายสู่กลุ่มคนทำงาน ผู้สูงอายุ และผู้ควบคุมน้ำหนัก
เทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตระยะยาว (Longevity) กำลังกลายเป็นกระแสหลักที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยอย่างชัดเจน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเซกเมนต์ “นม High Protein” ที่กำลังก้าวกระโดดจากการเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ไปสู่ตลาดผู้บริโภคกระแสหลัก (Mass Market) อย่างเต็มตัว
นม High Protein โตแรง! ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดปี 2570 มูลค่าพุ่งแตะ 9,100 ล้านบาท
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยผลวิเคราะห์ตลาดนม High Protein ในประเทศไทย พบว่ามีอัตราการเติบโตสูงกว่าภาพรวมของตลาดนมพร้อมดื่มทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินเส้นทางการเติบโตของมูลค่าตลาดไว้ดังนี้:
- ปี 2568: มูลค่าตลาดอยู่ที่ 5,100 ล้านบาท
- ปี 2569: มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 7,000 ล้านบาท
- ปี 2570: คาดการณ์มูลค่าตลาดจะพุ่งแตะ 9,100 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 30% (YoY) และมีอัตราการเติบโตสะสมเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สูงถึง 34% (ปี 2568-2570)
สำหรับสัดส่วนในตลาด พบว่าส่วนแบ่งตลาดราว 75% เป็นกลุ่มนมวัว ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าภาพรวม และอีก 25% เป็นกลุ่มนมจากพืช (Plant-based) เช่น นมถั่วเหลือง, อัลมอนด์, พิสทาชิโอ, วอลนัท และแมคคาเดเมีย
3 ปัจจัยหนุนสำคัญ ดันนมโปรตีนสูงครองใจคนไทย
จากการวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ตลาดนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ได้แก่:
- เทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Longevity): คนรุ่นใหม่มุ่งเน้นการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดี หันมาเลือกบริโภคอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
- ฐานลูกค้าขยายตัวทุกกลุ่ม: สัดส่วนคนไทยที่ออกกำลังกายเพิ่มขึ้นจาก 57.5% ในปี 2564 เป็น 68.2% ในปี 2569 ซึ่งต้องการโปรตีนสูงกว่าคนทั่วไป 1.5–2.5 เท่า ประกอบกับการที่ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และจำนวนผู้ป่วย NCDs ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ฐานผู้บริโภคกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบ: ด้วยจุดเด่นที่ดื่มง่าย หาซื้อง่าย และมีตัวเลือกผลิตภัณฑ์หลากหลาย จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการเติมสารอาหารให้ครบตามเป้าหมายในแต่ละวัน
จาก “สายเวท” สู่ “แมส” ขยายฐานผู้บริโภคครอบคลุมทุกช่วงวัย
แต่เดิมกลุ่มเป้าหมายหลักของนม High Protein จะจำกัดอยู่เพียงกลุ่มนักกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกายหนักเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ แต่ปัจจุบันได้ขยายวงกว้างไปสู่ผู้บริโภคกระแสหลักในชีวิตประจำวัน:
- พนักงานออฟฟิศ: ดื่มเพิ่มความสะดวกทดแทนมื้ออาหารในเวลาเร่งรีบ
- กลุ่มควบคุมน้ำหนัก: เน้นความอิ่มนาน ช่วยคุมความอยากอาหารระหว่างวัน
- ผู้สูงอายุและผู้ป่วย: เน้นการรักษามวลกล้ามเนื้อและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย
จับตา 3 ประเด็นท้าทายของธุรกิจในระยะข้างหน้า
แม้ตลาดจะมีแนวโน้มสดใส แต่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด:
- การแข่งขันที่รุนแรง: ผู้เล่นที่ได้เปรียบด้านช่องทางขายและราคาจะมีโอกาสมากกว่า ท่ามกลางกำลังซื้อที่เปราะบาง เนื่องจากนม High Protein มีราคาแพงกว่านมทั่วไป 1.5–2.0 เท่า ทำให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบความคุ้มค่าก่อนซื้อ
- ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น: ราคาวัตถุดิบหลักอย่าง เวย์โปรตีนไอโซเลต (Whey Protein Isolate: WPI) นำเข้าขยับขึ้นเฉลี่ย 23% ต่อปี (CAGR ปี 2563-2568) ประกอบกับแหล่งผลิตใหญ่ในสหรัฐฯ และยุโรป ลดการส่งออกลงเพื่อสำรองใช้ในประเทศ
- พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไว: เทรนด์ระยะต่อไปผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับ “คุณภาพโปรตีน” ความสมดุล และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการปรุงแต่งหรือแปรรูปน้อยลง (Clean & Minimal Processing) ผู้ประกอบการจึงต้องพัฒนาสินค้าให้มีความยืดหยุ่นสูง
#นมHighProtein #ศูนย์วิจัยกสิกรไทย #KResearch #ตลาดนมพร้อมดื่ม #เทรนด์สุขภาพ #Longevity #SmartSocialBank #ข่าวเศรษฐกิจ


