กทม. อนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 40% จากคำร้อง 1 ล้านราย เตรียมส่ง SMS นัดตรวจประเมินที่บ้านตั้งแต่ 22 ต.ค. ยื่นได้ถึง 30 พ.ย. เช็กสถานะสีเขียว เหลือง แดง ที่นี่
ในช่วงที่น้ำท่วมคลี่คลายลง สิ่งที่ผู้ประสบภัยหลายคนเฝ้ารอคือเงินเยียวยาที่ยื่นขอไปแล้ว บางคนยื่นผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐตั้งแต่ต้น บางคนไปต่อคิวหน้าสำนักงานเขตตั้งแต่เช้ามืด และเกือบทุกคนมีคำถามเดียวกันว่า คำร้องของเราไปถึงไหนแล้ว
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 69 นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดว่า ขณะนี้มีประชาชนยื่นคำร้องผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐแล้วประมาณ 1 ล้านราย กทม. พิจารณาและอนุมัติไปแล้วประมาณ 40% และคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะเร่งความคืบหน้าได้ถึง 70-80% เพราะจำนวนคำร้องใหม่ที่ยื่นเข้ามาเริ่มเพิ่มขึ้นช้าลง สำนักงานเขตและหน่วยงานส่วนกลางยังระดมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาช่วยตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนเร็วขึ้น

บทความนี้จะพาไปดูว่าคำร้องของคุณอยู่ในกลุ่มไหน ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และยื่นเพิ่มเติมได้ทางไหนบ้าง
คำร้องถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มสี คุณอยู่กลุ่มไหน
กทม. จัดกลุ่มคำร้องตามสถานะการตรวจสอบเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดลำดับงานได้ถูกต้อง
กลุ่มสีเขียว คือคำร้องที่ข้อมูลตรงกับหลักเกณฑ์และฐานข้อมูลของ กทม. พิจารณาอนุมัติได้ทันทีโดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่ม ปัจจุบันทุกเขตดำเนินการกลุ่มนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
กลุ่มสีเหลือง คือคำร้องที่ต้องตรวจสอบข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติม เช่น สิทธิในการรับความช่วยเหลือ การอยู่อาศัยจริง จำนวนครัวเรือน และความเสียหายจากน้ำท่วม กลุ่มนี้มีสัดส่วนประมาณ 60% ของคำร้องทั้งหมด และเป็นกลุ่มหลักที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบอยู่
กลุ่มสีแดง คือกรณีที่ไม่เข้าเงื่อนไขการรับความช่วยเหลือ เช่น ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักราชการ มีสัดส่วนประมาณ 10% ของคำร้องทั้งหมด
ทำไมบางคำร้องต้องใช้เวลานานกว่าที่คิด
เหตุผลสำคัญคือกรุงเทพฯ มีรูปแบบที่อยู่อาศัยหลากหลายมาก ทั้งอาคารชุด แฟลต ห้องเช่า การเช่าช่วง บ้านในหมู่บ้านจัดสรร ไปจนถึงบ้านเลขที่เดียวกันที่มีหลายอาคารหรือหลายครัวเรือน เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี ทั้งสิทธิ จำนวนครัวเรือน และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง บางกรณีต้องขอเอกสารเพิ่มหรือส่งคนลงพื้นที่ จะอาศัยข้อมูลในระบบเพียงอย่างเดียวไม่ได้
หากข้อมูลที่แจ้งไว้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือผู้ยื่นและผู้รับรองการอยู่อาศัยเข้าใจหลักเกณฑ์คลาดเคลื่อน เช่น ผู้ดูแลอาคารลงนามรับรองแทนเจ้าของอาคาร ก็ไม่ต้องกังวลเกินไป หากเป็นความผิดพลาดโดยไม่เจตนา ประชาชนสามารถชี้แจง ยื่นหลักฐานเพิ่มเติม หรือขอให้พิจารณาทบทวนผ่านกระบวนการอุทธรณ์ของ กทม. ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน
เตือนสวมสิทธิ: ตรวจพบจงใจแจ้งเท็จ เจอดำเนินคดี
ขณะที่มาตรการช่วยเหลือเปิดกว้างให้ผู้เดือดร้อนจริง กทม. ก็ย้ำว่าจะไม่ปล่อยให้เกิดการแสวงประโยชน์ กรณีที่เพจ “สายไหมต้องรอด” ตั้งข้อสังเกตเรื่องอาคารเช่าที่แจ้งจำนวนห้องเกินจริง เช่น มีผู้อาศัยจริง 20-30 ห้อง แต่ยื่นขอถึง 100 ห้อง รองผู้ว่าฯ ทวิดา ระบุว่ายินดีรับข้อมูลและหลักฐานจากทางเพจ เพื่อส่งให้สำนักงานเขตตรวจสอบและลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริง
หากพบว่ามีการจงใจปลอมแปลงเอกสาร สวมสิทธิ หรือแจ้งจำนวนห้องเช่าเกินจริง กทม. จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ได้รับเงินไปแล้วแต่ภายหลังพบว่าไม่เข้าเงื่อนไข จะต้องคืนเงินตามขั้นตอนที่กำหนด
เตรียมรับ SMS นัดตรวจ เริ่มลงพื้นที่ 22-23 ต.ค. นี้
สำหรับคำร้องที่ต้องประเมินความเสียหายจริง กทม. พัฒนาระบบนัดหมายเพื่อแจ้งประชาชนล่วงหน้าผ่าน SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้ในระบบ https://claim.bangkok.go.th/ ผู้ยื่นคำร้องจะได้ทราบกำหนดการและวางแผนอยู่รอรับเจ้าหน้าที่ได้ คาดว่าจะเริ่มทยอยนัดหมายและลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 22-23 ต.ค. 69 เป็นต้นไป ทั้งนี้ กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงตามความพร้อมของระบบและประชาชนในพื้นที่
สิ่งที่ควรทำตอนนี้: ตรวจสอบว่าเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้ในระบบยังใช้งานได้ และเตรียมเอกสารหลักฐานความเสียหายให้พร้อม
ตรวจ 2 ขั้นตอน เพื่อจ่ายถูกคน ถูกจำนวน
รองผู้ว่าฯ ทวิดา อธิบายว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน เริ่มจากคัดกรองข้อมูลในระบบหลังบ้าน แล้วจึงส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจประเมินหน้างาน ทั้งกรณีที่ต้องประเมินความเสียหายจริงและกรณีที่ต้องตรวจข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง ลดความเสี่ยงจากการจ่ายผิดพลาด คำร้องแต่ละประเภทมีขั้นตอนต่างกัน จึงอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน
ยังยื่นได้ถึง 30 พ.ย. 69 มีช่องทางออนไลน์ ไม่ต้องรีบไปต่อคิว
ใครที่ยังไม่ได้ยื่นคำร้อง ยังมีเวลา เพราะ กทม. ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขยายเวลายื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย. 69 โดยยื่นได้ 3 ช่องทาง คือ
- สำนักงานเขต
- แอปพลิเคชันทางรัฐ
- เว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th/
หลายสำนักงานเขตยังเปิดช่องทางให้ส่งภาพถ่ายและเอกสารผ่านอีเมลหรือ LINE OA ของเขต ช่วยลดภาระการเดินทางและค่าพิมพ์เอกสาร พร้อมเพิ่มจุดบริการและคอมพิวเตอร์ในเขตที่มีผู้ยื่นคำร้องหนาแน่น เช่น สายไหม คลองสามวา ลาดกระบัง มีนบุรี และบางกะปิ ทำให้คิวที่เคยหนาแน่นช่วงเช้ามืดเริ่มคลี่คลายลงมาก ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องรีบไปรอคิวตั้งแต่เช้า และทยอยมาติดต่อได้ตามความสะดวก
สรุป: 4 สิ่งที่ผู้ประสบภัยควรทำตอนนี้
- เช็กสถานะคำร้อง ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐหรือ https://claim.bangkok.go.th/
- ตรวจเบอร์โทรศัพท์ในระบบ ให้พร้อมรับ SMS นัดหมายตั้งแต่ 22-23 ต.ค. 69
- เตรียมเอกสารหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายความเสียหายและเอกสารยืนยันการอยู่อาศัย
- ยื่นให้ทันก่อน 30 พ.ย. 69 หากยังไม่ได้ยื่น โดยใช้ช่องทางออนไลน์ของสำนักงานเขตที่สะดวก



